吉 的个人资料""" 3 IN LOVE☆照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
2008/10/5 พจนานุกรมฉบับเข้าใจลูกหลาน (ขำ ๆ)...ก
การบ้าน - 1. วัตถุอย่างหนึ่ง มีคุณสมบัติทางกายภาพคล้ายไวน์ ต้องหมักบ่มไว้เป็นสัปดาห์ จนเย็นวันสุดท้าย(ก่อนส่ง) จึงค่อยหยิบขึ้นมาทำ จะได้รสชาติซาบซ่านดีแท้ (คำเตือน : ห้ามหมักบ่มเกิน 3 วิชา มิฉะนั้นคืนก่อนส่งอาจมีอาการตาค้าง ไม่ต้องนอนทั้งคืน)
2. สิ่งที่มักค้นไม่เจอในกระเป๋าตอนวันส่ง
กำ - (ภาษาวัยรุ่น) คำอุทาน เวลาค้นกระเป๋าจนทั่ว แต่เจือกหาสมุดการบ้านไม่เจอ
เกมส์ - วัตถุอย่างหนึ่ง สำคัญกว่าการบ้าน 800 ล้านเท่า ได้มาปุ๊บต้องเล่นทันที มิฉะนั้นจะทำให้ฟุ้งซ่าน ลงแดง บางรายอาจมีอาการคลุ้มคลั่ง
แทรกซ้อนควรปรึกษาอาเจ้ร้านเกมส์แถวบ้านท่านอย่าเร่งด่วน(คำเตือน : ยังไงก็แบ่งเวลาให้เป็นแล้วกันนะน้อง)
กิ๊ก - วัตถุไวไฟ ไม่ควรนำมาใกล้กับแฟน............ทางที่ดีไม่มีจะดีกว่านะเฟ่ย
กระทรวง - การศึกษาบ้านเราจะเจริญก้าวหน้ามากถ้าไม่มีสิ่งนี้ (ปล. เอ๊ เราไม่ได้ระบุน๊าาาว่ากระทรวงอะไร หึหึ)
การ์ตูน -
1. หนังสืออ่านนอกเวลา อาจอ่านในเวลาได้เป็นบางโอกาส เวลาที่ครูหันไปเขียนกระดาน 2. หนังสือที่มีชั้นวางเป็นอย่างดี ในขณะที่หนังสือเรียนถูกเก็บในลิ้นชัก.... 3.(แบน)การ์ตูน ผลงานเชิดหน้าชูตา(งามหน้า)แห่งปีของกระทรวง...อะเด่อ....ได้เสียงชื่นชมจากผู้ปกครองไปเยอะล่ะเซ่ กวดวิชา - ข้ออ้างแม่ไปเที่ยวสยาม
.....ข
ขึ้นเขียง - การเดินเข้าสอบอย่างมาดมั่นโดยไม่มีหนังสือซักตัวอยู่ในหัวเลย
ข้างๆ - โอกาสสุดท้าย ก่อนขึ้นเขียง ..........เอ้า หันไปดูซะ
ขึ้นเขียงชัวร์ - อาการเมื่อคน"ข้างๆ" มันเจือกไม่มีอะไรในหัวมาเหมือนกัน
ไข่ - สัญลักษณ์แห่งผู้กล้า มักปรากฏที่หัวมุมข้อสอบของคุณพวกหันไปดู"ข้างๆ" แบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ใครได้มาครอบครองจะมีอำนาจพิเศษ....สามารถออกห้องสอบได้ทุกเมื่อ
เขียม - เก็บออม ใช้เงินประหยัด .....แต่จะดีมากถ้าเอ็งไม่เอาไปเล่นปังย่า =="
ขึ้นคาน - กลัวกันจิ๊งงง พวกผู้หญิงทั้งหลาย ยังมีเวลาอีกเยอะไม่ต้องรีบหาหรอก น้องเอ๋ย
ข้อสอบรั่ว - ข้อสอบมันรั่วจริงๆนะ ไม่มีอะไรเกี่ยวกับตระกูลชินวัตรเลยจริงจริ๊งง.....โปร่งไซ้โปร่งใส
.......ค
เคมี (หรรษา) -
1. 1 ใน 3 วิขาแสนสนุกของสายวิทย์ (ฟิสิกส์แสนสนุก เคมีหรรษา และ ชีวะฮาเฮ) , 2. ABC ขั้นสูง สอนให้เรารู้ว่าบางที Na ไม่จำเป็นต้องอ่านว่า นา เสมอไป(สถานีต่อไป.......โซเดียม โซเดียม = =" ) คอร์สเอนท์ -
1. เสียไป 7500 เพื่อไปนั่งตูดบาน ฟังคนใบ้หวย(เก็งข้อสอบ) ตั้งแต่เช้าจรดเย็น 2. ปีไหนตรงก็ดังกันไป ปีไหนไม่ตรงก็ ....."อ๋อ ปีนี้มันเปลี่ยนแนวออกครับน้อง"
3. บางคนคิดว่า แค่ไปเรียนคอร์สเอนท์แล้วจะเอ็นติด ถ้าเอ็งไม่กลับมาทบทวนแล้วมันจะติดมั้ยยย
(จะปลูกต้นไม้ให้งามใส่ปุ๋ยอย่างเดียวมันไม่เข้าหรอกต้องขยันพรวนดินด้วยเฟ่ย) คาราโอเกะ -
1. เสีย 10 บาทเพื่อไปนั่งฟังเพื่อนสวดมนต์ในตู้แคบๆ(...บางคนเรอให้ฟังก็มี) 2. วิชาภาคบังคับของกระทรวง เห็นเด็กนักเรียนต้องไปสอบกันทุกวัน #ค# ##ว# #ย## - คล่องแคล่ว ว่องไว ยิ้มแย้มแจ่มใส ...........=="...(เฮ่ออ... เกือบไป คิดไรกันอ่ะ ฮะ ? ).
......ง
ง. -
ถูกทุกข้อ...............(...ตัวช่วยสุดท้ายสำหรับพวกหัวกลวงมาสอบ) งับๆ - ภาษาวัยรุ่น (...หรือพวกที่พยายามคิดว่าตัวเองยังเป็นอยู่) นิยมใช้การแช็ท เล่นเอ็ม เพื่อแสดงความน่ารักน่าสมเพศ
เอ้ย... เอ็นดู คาดว่าชาติก่อนมันคงเกิดปลาคาร์ปกัน ง้าบบ - การลากเสียงเพื่อแสดงมารยาสาไถย นัยว่าทำให้ดูน่ารักยิ่งขึ้น(เห้ๆ) กรุณาอย่าใช้บ่อยจนเกินเหตุอาจทำให้ผู้อ่าน หรือผู้ฟัง เกิดความเอ็นดู จนต้องหาอะไรไปตบปาก
งุงิๆ - ...........เฮ่ยย เลิก"งุงิ"ได้แล้ว ..........ฟังแล้วตรูงุงิเฟ่ย
งืม งืม - ............เออ เอาเข้าไป...= ="
เงิน - สิ่งที่พ่อแม่ให้มาซื้อข้าว แต่เห็นชอบเอาฝากไว้กับป้าร้านเกมส์กันจ๊างงง
........จ
จ. - ไม่มีข้อถูก .............(อ๊ากกกก!!!! แล้วทีนี้ตรูจะมั่วอันไหนดีฟะเนี่ย )
((อันนี้ก็ช่วยไม่ได้เน่อ โยนหัวก้อยกันเองระหว่าง ง กับ จ )) จีบสาว - สิ่งที่เด็กวิศวะส่วนใหญ่ถนัดที่สุด แต่หารู้ไม่ว่าที่พวกเอ็งทำน่ะ มันเสี่ยวแดกที่สุดเช่นกัน
(หมายเหตุ: ขออภัยสำหรับคนภาคอีสานเสี่ยวอันนี้เป็นคำพ้องรูปพ้องเสียงไม่ได้มีความหมายล่วงเกินท่านแต่ประการใด ) จุฬา - (เชื่อว่า)เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ จึงทำให้มีนักเรียนจากทุกสารทิศต่างแย่งชิงกันมาเข้าที่นี่ ถึงกระนั้น เหตุผลอีกหลักอย่างหนึ่งของนักเรียนชายที่อยากเข้าที่นี่ก็คือ........................รู้กันๆ
.....ฉ
ฉ - ถูกมั่งผิดมั่ง ...(ไม่มีว้อยยย!!!!!) ......ช ชายเซนเตอร์ - การเรียนโดยให้เด็กเป็นศูนย์กลาง ซึ่งครูบางท่านเข้าใจผิดว่าให้เด็กไปอ่านเอง ทำความเข้าใจเอง ....แล้วไม่ให้เด็กมันออกข้อสอบเอง ทำเอง ตรวจเองไปเลยอ่ะ 'จารย์
เช็คชื่อ - ระบบเช็คความตั้งใจเรียนของเด็ก ซึ่งได้ผลมากๆ....... เฮ้ยวันนี้ กรูจะไปร้องเกะ ฝากคุณเช็คด้วยนะ
ชีวะ(ฮาเฮ) -
1. 1 ใน 3 วิชาแสนสนุก , 2. สปช. ขั้นสูง วิชาที่สามารถทำให้เราเข้าใจสิ่งง่ายๆรอบตัวเรา ให้ยากขึ้นมามหาศาล ตัวอย่าง ... คน - Homosapien Sapien ข้าวหอมมะลิ - Passus Gamesus ชาวนา - Homosapien sapien de Passus Gamesus ( = = มั่วแล่ว) กาจู - Pigasetorian Yellosinus ........(พอแล้วว้อยย!!!!!) ........ซ
ซ่งติง - อวัยวะอย่างหนึ่ง ทำหน้าที่คล้ายเมคอัพนิยมใช้ซับหน้าคู่อริ
ซกมก - .บางคนพยายามแปลงชื่อเป็นซกมก ....
ซ่อม - โอกาสสุดท้ายจริงๆแล้วนะเฟ่ยย
ซิ่ว -
1. พวกอยากเด็ก ชอบทำตัวเด็ก อยากไปเรียนกับรุ่นน้อง 2.คุณหัวกลวงภาคสอง กลวงตอนม.ปลายยังไม่พอ ยังเข้าไปกลวง กันต่อที่ มหา'ลัย 3.พวกที่ลืมไปว่า มหา ลัย ไม่มีให้ "ซ่อม" ........ด
เด็กแนว - วิถีแห่งลูกผู้ชาย(เหรอวะ??) หลายคนพยามยามไขว่คว้าทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองได้ถูกเรียกด้วยคำนี้ หารู้ไม่ว่า วิถีแห่ง"แนว" ไร้ซึ่งวิถี .....ปรมัตถ์อยู่ที่อัตตาตน (โห.. ตรูคิดได้ไงฟะเนี่ยยยย)
เด็กแร็บ - มนุษย์เป็ดใส่เสื้อพ่อ
...........ต แต่วว - อาการชนิดหนึ่ง แต่ววว มากๆ
สังเกตบทสนทนาต่อไปนี้ ในช่วงเวลารับประทานอาหารเช้าของครอบครัวหนึ่ง
ลูก : ...แม่ครับ พ่อครับ ต่อไปนี้ ผมจะเลิกเล่นแร็คแล้วครับ พ่อแม่ : อื้มม... ดีมากลูก เข้าใจที่พ่อแม่บอกแล้วสินะ ลูก : .... ผมจะหันมาเล่นปังย่าแทน พ่อแม่ : .....เกร๊งงงง ๆ (เสียงพ่อแม่ทำช้อนหล่น)
.................แต่วววว......................
........ท ท่าไก่ย่าง - ท่าเต้นที่อันตรายที่สุดในโลก (เด็กอายุต่ำกว่า 18 ไม่ควรลอกเลียนแบบ) บางรายอาจมีอาการหัวใจวายตายได้ เต้นกันมาหลายสิบปี ขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตจากท่าเต้นนี้เป็นจำนวน 1 คน ทางกระทรวง(เจ้าเก่า)ได้เล็งเห็นถึงความอันตราย อย่างหาที่เปรียบมิได้นี้ จึงสั่งแบนรับน้อง............ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่มีเหตุมีผลเป็นอย่างยิ่ง น่านับถือๆ
.......น นอนหลับ - การนอนหลับที่ถูกสุขลักษณะควรกระทำในห้องเรียน และไม่ควรนอนหัวค่ำเพราะจะทำให้เสียเวลาเล่นเกมส์ (ล้อเล่นจ้าา )
..........บ
บ้านพ่อ - บ้านที่มีของแปลกๆ มากที่สุดในโลก สังเกตบทสนทนาต่อไปนี้
บุญกึ่ม : เฮ้ยย ดูหมาตัวนั้นดิ มันกินหญ้าด้วยแหละ
สมปรี๊ด : (โบ้กบาลบุญกึ่มไปที) หมาบ้านพ่อเมิ##..สิ!!มีเขา ..............(เห็นมะ หมาบ้านพ่อมีเขาด้วยล่ะ)........ .............ป ไปเรียนพิเศษ -
1.ไปแร่ด 2.เรียนพอเป็นพิธี(ประมาณ 20-30 นาที )...แล้วค่อยไปแร่ด ปลิ้น -
1. อ้วนแล้วใส่เอวต่ำ 2. มลภาวะทางสายตาขั้นร้ายแรง .....พ
พระเจ้าจอร์ช มันยอดมาก - วลีชื่อดัง มีที่มาจากกษัตริย์แห่งประเทศมะเจิ่มเจ๋ย ต้นราชวงศ์เหา อันเกรียงไกร (มีศักดิ์เป็นพ่อพระเจ้าเหา )
มีชื่อเสียงในการปลูกมันสำปะหลังส่งออกทั่วโลก จนนานาอารยะต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า" พระเจ้าจอร์ช มัน(สำปะหลัง)ยอดมาก "
(คำเตือน: เด็กอายุต่ำกว่า 12 และสตรีมีครรภ์ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน มิฉะนั้นอาจมีผลต่อการบั่นทอนสติปัญญาของลูกท่านได้ ) ((เวร แล้วเพิ่งจะมาเตือนเนี่ยนะ)) พระเจ้าช่วยกล้วยทอด มันยอดมาก - คาดว่าลูกแม่ค้าขายกล้วยแขกเป็นคนนำมาเผยแพร่ สวนสัตว์ดุสิตโพลสำรวจมาแล้วว่า หลังจากได้ฟังวลีนี้ ทำให้ประชากรไทย 87 % มีความอยากกินกล้วยแขกขึ้นมาฉับพลัน(อ๊ากกกก พูดไปแล้วก็อยากกินว้อย)
โพย - วัตถุล้ำค่า มักปรากฏในรูปของยางลบ และใบเสร็จอะไรซักอย่าง มักส่งต่อกันอย่างลับๆ ... อันตรายมากหากตกไปอยู่ในมือที่ 3
หมายเหตุ : หลังจากออกห้องสอบ วัตถุนี้กลายสภาพเป็นเศษกระดาษไปโดยปริยาย ........ฟ
ฟิสิกส์(แสนสนุก) -
1. 1 ใน 3 วิชาแสนสนุก ,
2. วิชาวาดเขียนขั้นสูง นึกอะไรไม่ออกให้วาดรูปไว้ก่อน .......ภ
ภาษาไทย - เรียนมา 12 ปี ....นู๋ก้อยางเขียงม่ายเปงซักทีนะเคอะ งุงิงุ 2008/8/11 ยังยิ้มได้ ^V^หลายครั้งที่ชีวิต...เจอกับปัญหา
ทำให้ใจเทออ่อนล้าลงบ้างไหม?
ฉันถามด้วยความรัก ถามด้วยความห่วงใย (ไม่ได้ดูถูกเทอ)
...หวังแล้วก็ผิดหวัง มาตั้งกี่ครั้ง เทอก็ยังอยู่ตรงนี้ไม่จากไป~*
ฉันรู้มันยากนัก ที่รัก ฉันนั้นขอบใจเทอเหลือเกิน
เมื่อสิ่งที่ฝันนั้นมันไม่ง่ายเลย
แต่เทอ...ก็ยังยิ้มได้ :)
ปล. เพลงที่ทำให้คิดถึงบุคคลอันเป็นที่รัก >>รักพ่อ รักแม่<<
วันแม่นี้อยากบอกว่า.."รักแม่" 2008/5/11 ข้อควรรู้คู่ศิลปากรมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปะมาอย่างยาวนาน น้องใหม่ของศิลปากรควรจารู้ว่า
1. ตรามหาลัย คือ พระพิฆเณศวร ทั้งกระดุม เข็ม หัวเข็มขัด หัวติ้ง 2. สีประจำมหาลัย คือ สีเขียวเวอร์ริเดียน เป็นสีของน้ำทะเลที่ลึกมากๆ 3. ดอกไม้ประจำมหาลัย คือ ดอกแก้ว สามารถพบเห็นได้ที่สวนแก้ว กลางวังท่าพระ 4. เพลงประจำมหาลัย เป็นเพลงภาษาอิตาเลียน ชื่อว่า ซานต้า ลูเชีย 5. คณะแรกของมหาลัย+ฝั่งวังท่าพระ คือ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ 6. คณะแรกของฝั่งทับแก้ว คือ อักษรศาสตร์ 7. คณะโบราณคดี เป็นคณะเดียวในประเทศไทย ที่เปิดสอนที่นี้เพียงที่เดียว 8. โรงอาหารยูเนี่ยน คือ โรงอาหารกลางประจำมหาลัย ที่ท่าพระแม่ค้าอยู่มาตั้งแต่เป็นพี่ จนปัจจุบันเป็นป้ากันทั้งหมดแล้ว (แนะนำให้กรมศิลป์มาจดทะเบียน 9. ชั้นบนของโรงอาหารยูเนี่ยน คือ ที่ตั้งของสโมสรนักศึกษาประจำมหาลัย 10. เพชรช้อป คือโรงอาหารอีกแห่งที่ทับแก้ว เป็นที่ยอดฮิตในยามกลางวันเมื่อไม่มีที่ไปไหนจริง 11. อาร์ต อเวนิว ก้อมีอาหารอร่อย แต่รอนานโคตรๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากกินต้องไม่มีเรียนบ่ายถึงจาเหมาะที่สุด 12. 7/11 กลางมหาลัย เปิดแอร์เย็นมาก เดินเข้าไปซื้อของแป็ปเดียวออกมาแว่นฝ้าเลย 13. อยากกินผลไม้ ต้องเจ๊ตุ่ม ยูเนี่ยน 14. เด็กคณะวาดรูป เรียกเพชรช้อปว่า ลานนม 15. ลานนม มาจากการที่ตั้งอยู่ใกล้ด้านหลังของหอหญิง (หอ 4 ) นั่งกินข้าวไป แหงนไป อ้าวเดินออกมาตากเสื้อใน เกงในซะงั้น 16. เพชรช้อปใหม่ เย็นสบายกว่าอันเก่า แต่นั่งกินข้าวที่นี้ไม้ช่เห็นตุ๊ดตู่เลย 17. ตุ๊ดตู่ คือชื่อเล่นที่สุภาพของตัวเงินตัวทอง ที่คุณสามารถพบเห็นได้อย่างชุกชุมที่ทับแก้ว เพราะมีบ่อน้ำขนาดใหญ่มากๆกลางมหาลัย 18. ลานทรงพลของคณะอักษรศาสตร์ เดิมคือ ลานประหารในสมัยโบราณ 19. รับน้องชายของอักษร รับกันที่ลานทรงพลตอนกลางคืน 20. เอ4 คือ ชื่อโรงละครใหม่ของอักษร แต่ตั้งอยู่ใกล้ศึกษามากกว่า 21. โรงละครทรงพล คือโรงละครที่ศักดิ์สิทธิ์ของเด็กละครทุกคน 22. อารยธรรมไทย คือ วิชาที่เดกอักษรติดเอฟเยอะมากที่สุด ต่อรุ่นตกประมาณ100-200คน จากจำนวนเด็กทั้งหมดในรุ่นที่มีประมาณไม่เกิน 800 คน 23. แดนสนธยา คือ ชื่อเรียกตึกคณะวาดรูปทั้ง 3 ที่อยู่หลังม. ได้แก่ จิตรกรรม มัณฑศิลป์ และสถาปัตยกรรม 24. ห้องอาหารใต้ตึกศิลป์ 1 ขายข้าวถูก ให้เยอะมากเหมือนกรรมกรกิน (เดกวาดรูปกินโคตรจุ) 25. สาวฮอตของท่าพระ คือ เด็กโบราณ ที่ทับแก้วแน่นอน คือเด็กอักษร 26. ชนช้าง คือการเชียร์โต้ของคณะต่างๆ 27. อักษร มีชนช้างกับคณะฮอตของมหาลัย คือ จิตรกรรม ดุริยางค์ มัณฑศิลป์(ในยามที่เค้าว่าง) 28. มัณฑศิลป์มันยาวไป ใครๆก้อเรียกว่า เด็กเด็ค 29. เด็กจิตรกรรม เป็นหลีดทุกคน ชุดหลีดอลังการมี่สุดด้วยงบประมาณอันน้อยนิดจนไม่น่าเชื่อ 30. เด็กจิตรกรรมปี1 ทรงผม การแต่งกาย อาจคล้ายเด็กช่างกล+เด็กนักเรียนเตรียมทหาร 31. ลิฟท์ที่โบราณมีขนาดเล็กมาก ยืนกัน 3 คนก้อเต็มแล้ว 32. แถมด้วยบันได เดินสวนกันไหล่ก้อชนกัน 33. ศิลปากรวังท่าพระ เป็นมหาลัยที่มีเนื้อที่เล็กจนไม่น่าเชื่อว่ามีคณะอยู่ถึง 4 คณะ คือ โบราณ จิตรกรรม เด็ค และถาปัด 34. หอสมุดที่วังท่าพระ อยู่ชั้นใต้ดิน 35. ที่ทับแก้ว การจราจรวุ่นวายมากทั้งจักรยาน รถป็อป มอไซค์ และรถเก๋งที่วุ่นวายสุดๆ ต่างคนต่างขับมีปัญญาก้อหลบกันเอง 36.เปิดเทอมวันแรก รุ่นพี่ขับรถหลบรุ่นน้อง หลบไม่พ้นชนก้อเคยมาแล้ว 37.ซ.ลิตเติ้ลพาย คือซ.ที่มีหออยู่มากที่สุดในย่านหน้า ม. คือ นิยมไทย/ลิ้มฮกไถ่/ชยาทิพย์แมนชั่น/เวศฒ์วรุฒ/วีเจ/ลีลาเพลส/ริชแมนชั่น/อินไวท์/อินดี้/สนามจันทร์แมนชั่น ฯลฯ 38. หลังม.มีทางรถไฟ+กลิ่นขี้หมูเล็กน้อย 39.เด็กเด็ค คืออะไรที่สาวๆใฝ่ฝันหา ทั้งใน+นอกมหาลัย เอกที่เด่นดังคือ นิเทศน์ศิลป์ อินทีเรีย ประยุกต์ศิลป์ เซรามิก อะไรยังงี้ 40. ถาปัด เวลารับน้องจะมีการแสดงที่แตกต่าง ใช้กลองที่ไม่เหมือนใคร +ไม่เคยมีใครฟังเพลงของเค้ารู้เรื่อง 41. หลีดอักษร อะไรที่ทุกคนอยากดู 42. ผู้หญิงดุริยางค์ ใส่พลีตยาวคลุมตาตุ่มแทบทุกคน 43. หอนอก หอใน บางทีราคาเท่ากันเลย 44. เทวาลัยคเณศ ในพระราชวังสนามจันทร์ มองผ่านไปเห็นยอดองค์พระปฐมเจดีย์ที่สวยงาม 45. ร้านส้มตำพี่ยิ้มที่ เอ 2 อร่อยทุกอย่าง ยกเว้น ส้มตำ 46. ในช่วงเวลาใกล้สอบ ที่นั่งหอสมุดที่เคยรกร้างจะถูกจับจองจนเต็มตั่งแต่ตอนที่หอสมุดเปิด 47. ศิลปากรนิยม มีเพียงเด็กจิตรกรรม+เด็กอักษรร้องเท่านั้น 48. ห้องแล็ปชั้น 2 ของตึก 50 ปีคณะอักษรศาสตร์ เคยมีคนผูกคอตายกับขื่อทีวีเมื่อ 2 ปีที่แล้ว 49. อักษรมีศาลคณะที่ศักดิ์สิทธิ์ เดิมเป็นเพียงคณะเดียวที่มีศาล 50. เด็กแต่ละคณะมีบุคลิกที่แตกต่างกันสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 51. รับน้องรวม กีฬาเฟรชชี่ คือ เทสกาลหาคุ่ของเด็กทุกคน 53. งานกิฟต์ คืองานขายของทำมือจากเด็กเด็ค ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วสารทิศ ใครต่อใครก้อพากันมาเดิน(อย่าหลงคิดว่าของถูกนะคะ บางอย่างก้อแพงจังลดราคาบ้างดิ)
54. ศิลปากรมีทั้งหมด 4 ฝั่ง คือ วังท่าพระ (จิตรกรรม ถาปัด โบราณ เด็ค) / ตลิ่งชัน (ดุริยางค์ มัลติ วาแตล) /ทับแก้ว หรือพระราชวังสนามจันทร์ (อักษร ศึกษา วิทยา วิดวะ เภสัช คณะวาดรูปในบางปี โรงเรียนสาธิต) / เพชรบุรี ( ไอซีที สัตสาด การจัดการ)
55. ผู้ก่อตั้งมหาลัย คือ ศาสตราจาร์ยศิลป์ พีระศรี ชาวอิตาเลียน
56. เพศที่สามสามารถแต่งกายด้วยชุดนักศึกษาหญิงได้ ทั้งมาเรียนและมาสอบ
57. ตึกกะทะ อาคารหอประชุมที่ดูยังงัยก้อม่ายเหมือนกะทะ
58. เรียนตึกกะทะทีไร ถ้าไม่เช็กชื่ออย่าหวังว่าจะโผล่ไป
59. สโนไวท์ คือ ร้านอาหารที่มีความนิยมมากที่ทับแก้ว เด็กที่นั่นทุกคนต้องเคยไปกิน
60. ข้าวต้มหลังมอ ร้านข้าวต้มสุดคลาสสิก(อีกนัยคือโบราณมากๆ) ถูก อร่อย อิ่มมาก (หลังจากกินเสร็จใหม่ๆเท่านั้น)
61. จั๊กกี้ คือน้องจักรยาน
62. จันทร์พาเลส หอรวมที่หรูสุดในแถบนั่นแล้วมั้ง
63. สปอร์ตคอมเพล็กซ์ ชื่อดูหรูความจริงคือ ลากกว้างขนาดใหญ่ที่มีแป้นบาสอยู่ 2 อัน เอาไว้ประดับสนามเวลาเตะบอล ไม่มีงานจริงๆเด็กส่วนใหญ่ไม่เคยเฉียดกรายไป
64. ตึกคณะสัตสาด เค้าว่ากันว่าสร้างผิดหลักฮ้วงจุ้ยอย่างแรง เด็กเรียกร้องให้หาอะไรมาเสริมดวงคณะด่วน
65. ที่เพชรบุรีไม่มีหอนอก
68. SMA หรือ สมา คือการประกวดวงดนตรีภายใน
69. สมามันทุกปีมีกี่วันคนดูแน่นตลอด ทั้งๆเป็นช่วงใกล้สอบมากๆ
70. อกทก. ย่อมาจาก องค์การกระเทยทับแก้ว กระเทยทุกคนเป็นเมมเบอร์ฟรีตลอดชีพ จบไปก้อยังมีคนคิดถึงอยู่ตลอด
71. ยามกลางวันแทบจะไม่เคยเห็นพวกเด็กที่เรียนวาดรูป พระอาทิตย์ตกดิน หรือเลยไปยันใกล้เช้านั่นแหละ คึกคักออกมาเผบโฉมกันเต็มไปหมด
72. ปีนี้มหาลัยครบรอบ 65 ปี
73. เด็กศิลปากร ไม่ได้เป็นเด็กแนวทุกคนนะคะ อย่าเหมารวม
74. ตลาดนัด -- ที่สังสรรค์+ช้อปปิ้งของเด็กทับแก้วทุกวันพุธ ขาดเธอไปเด็กที่นี่คงแย่
75. ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น คือคำขวัญที่อยู่ในใจของเด็กศิลปากรทุกคน
-----------------------------------------------------------------------------------------------
95. ที่ตั้งของศิลปากรเพชรบุรี ที่อยู่ตามไปรษณีย์ อ.หัวหิน ที่อยู่ตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เป็นจริง ---เลยมอนิดหน่อยก้อออกประจวบแล้วดิ
96. ศิลปากรสอนให้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า และรอบด้าน หากเรียนที่นี้แล้วมุ่งหวังแต่กระดาษที่เรียกว่า ใบปริญญาเพียงแผ่นเดียว เชิญร้านถ่ายเอกสารเลยคะ 2007/12/16 นิทานน่าฟังสำหรับคนรักกันวันหนึ่ง...มีชายหญิงคู่หนึ่งพึ่งรักกันทั้งคู่รักกันมาก
ผู้ชายให้สัญญากับผู้หญิงว่า... "ผมจะรักคุณตลอดไป" ผู้หญิงจึงบอกกลับว่า "ฉันเชื่อคุณ และจะรักคุนอย่างที่รักฉันให้ดีที่สุด"
ทั้ง 2 คบกันไปชั่วในระยะเวลาหนึ่ง ในระหว่างที่ 2 คนได้เดินจับมือกันอยู่ในสวนสาธารณะนั้น
ได้มี นางฟ้าคนหนึ่ง ปรากฏกายลงมา พร้อมกับบอกว่า..
"ท่านทั้ง 2 มีความรัก บริสุทธิ์ต่อกัน เราอยากจะให้ท่าน ได้เห็นอนาคตของท่านทั้ง 2"
ชาย หญิงคู่นั้น จับมือกันไว้แน่นและรุสึกดีใจที่ความรักของเค้าและเธอ ถึงขนาดนางฟ้ามาให้พร
นางฟ้าจึงพูดขึ้นว่า... "ท่านจะดูอนาคตของท่านทั้ง 2 นับตั้งแต่นี้หรือไม่”
ชายและหญิงคู่รักมองตากัน แล้วตอบพร้อมกันว่า... "เราทั้ง 2 ไม่กลัวอนาคตเรามั่นใจในกันและกัน"
นางฟ้าได้ยินดังนั้น จึงเสก ของออกมาเป็นซีดี 2 แผ่นให้ทั้งคู่ไปดูอนาคต....................... ที่บ้านของหญิงสาว หญิงสาวค่อยๆควักแผ่นซีดีที่ได้จากนางฟ้า ใส่ลงในเครื่องเล่นซีดี ในภาพ เห็น ในภาพแรกเธอและแฟนของเธอแต่งงานกัน เธอยิ้มแก้มปริมีความสุขอย่าง
บอกไม่ถูก ในภาพหลังๆ หญิงสาวได้เห็นว่า มีรูปของแฟนเธอคบชู้ เธอนั่งร้องไห้ เสียใจ
ทันใดนั้น มีเสียงประตูเคาะขึ้นที่ห้องของเธอ เธอรีบปิดเครื่องวีซีดี และซับน้ำตา
รีบไปเปิดประตู ปรากฏว่าเป็นแฟนของเธอเอง แฟนเธอยิ้ม แต่เธอโมโหจึงตบหน้าเค้าอย่างแรง
และปิดประตูโดยที่ฝ่ายชาย งง ๆ เธอนอนร้องไห้ ถึงอนาคตที่จะต้องเกิดเช่นในวีซีดีนั้น
หลังจากนั้น เธอพยายามหนีหน้าชายคนรักของเธอ โดยที่ผู้ชายก็ตามง้อยกใหญ่โดยผู้ชาย
ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไร เธอพยายามหาทางเลิกกับผู้ชาย จนสำเร็จ
จนวันหนึ่ง ได้มีเสียงเคาะ ประตู เธอเปิดประตู แต่ทันใดนั้น
คนที่เคาะประตูก็หันหลังจนลับตาไปเสียแล้ว เธอจำได้ดีถึงแผ่นหลังของ อดีตชายที่ตัวเองรัก เธอมองลงพื้น พบซีดีอีกแผ่นหนึ่งของที่นางฟ้าได้ให้ผู้ชาย.....
เธอนำซีดีแผ่นนี้ไปเปิดอีกครั้ง พบภาพ ที่เหมือนกันคือ
ภาพที่ทั้งคู่แต่งงานกันอย่างมีความสุขแต่ภาพหลังจากแต่งงานคือ
ภาพที่เธอมีชู้กับผู้ชายคนใหม่ โดยมีแฟนของเธอร้องไห้อยู่ข้างๆ ........ เธอน้ำตาไหลและปิดวีดิโออย่างช้าๆ ..... เธอค่อยๆเปิดจดหมาย ที่แนบมากับซีดีนี้อ่าน ข้อความเขียนว่า...
"ผมไม่กลัวอนาคตเรามั่นใจในกันและกัน ขอบคุณแม้ผมจะเชื่อใน คำว่าเชื่อใจเท่านั้น ที่ทำให้ คนทั้ง 2 คน คบกันอย่างมีความสุข
แล้วคุณละเชื่อใจคนรักของคุณมากแค่ไหน ? 2007/7/25 การเดินทางของชีวิตนานมาแล้ว...
มีพระราชา ผู้ซึ่งบอกกับคนขี่ม้าของเขาว่า
ถ้าเขาสามารถขี่ม้าไปครองพื้นที่ได้มากเท่าไรก็ตาม พระราชาจะยกที่ดินนั้นให้กับเขา
คนขี่ม้าจึงควบม้าของเขาไปอย่างรวดเร็ว เพื่อครอบครองที่ดินให้มากเท่าที่จะทำได้
เขาเร่งควบม้าไปเรื่อยๆ เร็วเท่าที่ม้าจะรับไหว .......
เมื่อเขาหิวหรือเหนื่อย เขาจะไม่หยุดควบม้า เพราะเขาต้องการครอบครองดินแดนให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้
เมื่อมาถึงจุดหนึ่งเขาหมดแรง และกำลังจะตาย
เขาจึงถามตัวเองว่า....
" ทำไมเราถึงกดดันตัวเองอย่างหนักเพื่อให้ได้ครอบครองผืนดิน?
ตอนนี้เรากำลังจะตายและเราก็ต้องการเพียงแค่ที่ดินเล็กๆ เพื่อฝังศพตัวเอง "
เรื่องข้างต้นก็เหมือนการเดินทางของชีวิตพวกเรา....
พวกเราผลักดันตัวเองอย่างทุกวันเพื่อให้ได้เงินมากๆ มีอำนาจ และเป็นที่ยอมรับ
พวกเราละเลยที่จะดูแลสุขภาพของตัวเอง และคนรอบข้าง....
เราไม่มีแม้เวลาที่จะให้กับครอบครัว และชื่นชมกับสิ่งสวยงามรอบตัว
หรือแม้กระทั่ง งานอดิเรกที่เรารัก เราก็ไม่มีแม้เวลาที่จะทำมัน
วันหนึ่งเมื่อเรามองกลับไป ....
พวกเราจะตระหนักว่า สิ่งที่ต้องการนั้น จริง ๆ เรากลับไม่ได้มันมาทั้งๆที่มันอยู่ใกล้เสียเหลือเกิน .....
แต่สิ่งที่เราขวนขวาย และพยายามไขว่คว้า มันกลับไม่ได้ให้อะไรกับชีวิตเราเลย....
แต่เมื่อเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้กับสิ่งที่เราพลาดไปในชีวิต
ไม่ใช่การสร้างเงิน สร้างอำนาจ หรือการยอมรับ ชีวิตไม่ใช่การทำงาน
งานเป็นสิ่งสำคัญเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เราสนุกกับความงาม และความพึงพอใจของชีวิต
แต่ชีวิตคือ ความสมดุลของงานและการเล่น ครอบครัวและเวลาส่วนตัว ...
จงตัดสินใจว่าจะสร้างสมดุลให้กับชีวิตคุณอย่างไร?
กำหนดลำดับความสำคัญของคุณเอง ตระหนักว่าอะไรที่คุณสามารถยอมรับได้
จงตัดสินใจด้วยสัญชาตญาณของตัวคุณเอง....
ความสุขคือ ความหมายและจุดมุ่งหมายของชีวิต ดังนั้น...
สร้างมันง่าย ๆ โดยทำในสิ่งที่คุณต้องการจะทำ และซาบซึ้งกับธรรมชาติ
ชีวิตนั้นเปราะบาง ชีวิตนั้นสั้น ใช้ชีวิตอย่างสมดุล ในสไตล์ของคุณเอง และสนุกกับมัน
มองดูสิ่งที่คุณคิด : มันจะกลายเป็นคำพูด มองดูคำพูดของคุณ : มันจะกลายเป็นการกระทำ
มองดูการกระทำของคุณ : มันจะกลายเป็นนิสัยติดตัว
มองดูนิสัยของคุณ : มันจะกลายเป็นบุคลิก
มองดูบุคลิกของคุณ : มันจะกลายเป็นโชคชะตา
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ตัวคุณที่จะกำหนดตัวคุณเอง
2007/7/8 เรื่องของมีดโกนกาลครั้งหนึ่ง มี มีดโกนหนวด สวยอันหนึ่ง ทำงานอยู่ในร้านตัดผม
วันหนึ่งไม่มีลูกค้าเลย มันจึงออกจากด้ามไปผึ่งแดด
เมื่อมันเห็นพระอาทิตย์ส่องแสงสะท้อนใบมีดราวกับกระจก
มันมีความ รู้สึกภูมิใจในประกายของมันมาก
ดังนั้น เมื่อมันหวนคิดถึงอดีตที่เป็นเพียง มีดโกนหนวด
จึงรำพันว่า "วันหนึ่ง ข้าจะกลับไปในร้านที่ข้าเพิ่งจะออกมา หยก ๆ ไหมนะ"
ไม่แน่ ๆ! พระผู้เป็นเจ้าคงไม่โปรดแน่เลยที่ความงามเจิด จ้า จะกลับไปโกนหนวดที่ฟอกสบู่แล้วของผู้คนหยาบคายน่าเกลียดเหล่า นั้น !
ข้าไม่อยากทำงานเป็นเครื่องจักรกลเช่นนั้นอีกต่อไป
รูปร่างที่งดงามของข้าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำงานเหล่านี้หรือ ไม่ใช่แน่!
ด้วยเหตุ นี้ "ข้าจะไปซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ลับ เพื่อลิ้มรสชาติชีวิตพักผ่อนแสน สงบ"
พูดจบ มีดโกนหนวดก็แอบซ่อนตัวอย่างดีเพื่อหลบสายตาคนอื่น ๆ
หลาย เดือนผ่านไป วันหนึ่ง มันอยากออกไปสูดอากาศจึงออกจากที่ซ่อน
แต่กว่าจะออกได้ก็ลำบากลำบนเต็มที
เมื่อมันมองดูตัวเอง มันก็งุนงงเป็นที่สุด ช่างน่า แปลกใจอะไรอย่างนี้
มันผิดหูผิดตาเสียจนเหมือนกันเลื่อยขึ้นสนิม และใบมีดของมันก็ไม่สะท้อนความงดงามของพระอาทิตย์อีกต่อไป
มันสำนึกผิดอย่างขมขื่น แต่ไร้ประโยชน์ที่จะเสียใจกับความงามที่หายไป
มันร้องไห้กับความเสียหายที่แก้ไขไม่ได้แล้วนี้ พร้อมกับพูดว่า
"อนิจจา! คมมีดที่เสียไปน่าจะได้ ใช้งานที่ร้านตัดผมมากกว่า!
ความบางเฉียบของคมมีดข้ากลายเป็นอะไรไป ใบมีดที่เจิดจ้าของข้าอยู่ที่ไหน
ตอนนี้ข้าถูกสนิมกินจนกร่อน ดูน่าเกลียดน่า ชัง ความทุกข์ของข้าไม่มีทางแก้ได้"
คนขี้เกียจก็เหมือนกับมีดโกนนี้ ...
ไม่ทำงานเอาแต่เพ้อฝัน จึงสูญเสียรูปร่างและความคมไป สนิมนั้นคือ ความเขลาและความเกียจคร้าน 2007/6/27 อย่ามองข้ามใครคนหนึ่งไป เพียงเพราะ...หาเหตุผลที่จะรักไม่ได้ถ้าเราเกิดมา เพื่อที่จะรักใครสักคน
… คนๆ นั้นจะรักเราตอบ แต่ถ้าเราเกิดมา … เพื่อที่จะรักใครหลายๆ คน เชื่อเถอะว่า … จะไม่มีใครรักเราจริงเลย แม้แต่คนเดียว บางครั้ง ความรัก …
อาจเดินผ่านเข้ามา ในชีวิตเราเพียงครั้งเดียว และไม่หวนคืนกลับมาอีก เราไม่อาจรู้ได้เลยว่า … ความรักครั้งนี้หรือครั้งไหน จะเป็นความรักครั้งสุดท้าย มีหลายครั้ง … ที่เราตามหา แต่ความรักกลับหนีไป
มีหลายครั้ง … ที่เราไม่สนใจ แต่ความรักก็กลับเดินเข้ามา อย่า … ถามหาเหตุผล เมื่อจะรักใคร
แต่ให้ถามสัมผัสจากหัวใจ ว่ารู้สึกอย่างไร อย่า … มองหาความรัก ด้วยสายตา
แต่ให้มองหาความรัก ด้วยหัวใจ อย่า … เชื่อคำว่า รักที่ได้ยินจากหูทั้งสอง
แต่ให้เชื่อคำว่ารัก ที่ดังก้องมาจากความรู้สึก และส่วนลึกของหัวใจ ความรัก เป็นสิ่งที่มีค่า …
แต่มันจะไร้ค่า ถ้าไม่มอบให้ใคร หากวันหนึ่ง เราพบใครสักคน
ที่มองเห็นคุณค่าความรักของเราแล้วหล่ะก็ … มอบความรักให้เขาไปเถอะ แล้วเราจะรู้ว่าความรักนั้น … มีค่า และมีความหมายเพียงใด 2007/5/1 ไม่เคยรักเธอ...แต่ไม่เจอะความเหงา ในใจที่เคยเหงา
ยิ้มได้..เธอรู้ไหมเป็นเพราะใคร
เจอแต่หน้าเธอ เวลาที่หลับตา ได้ไง เกิดอะไรกับฉันหรือ
ใครว่ากัน ว่าฉันมีใจ ให้กับเธอ.. อย่างฉันหรือจะรักเธอ
ไม่เคย "ชอบเธอ" แค่เก็บไปนอนฝัน ไม่เคย "เฝ้ารอ" ก็แค่ชะเง้อเฝ้ามองหา ไม่เคย "ชอบเธอ" ก็แค่คิดถึงก็เท่านั้น ไม่เคย "รักเธอ" แต่ห้ามไม่ให้เธอรักใคร ห้ามเธอรักใคร ได้ยินไหม...ไม่เคยรักเธอเข้าใจไหม 2007/4/27 หลังเที่ยงคืนเบอร์นี้อย่าโทร 999 9999!!!!เชื่อกันว่า หากโทร 999 9999 คุณจะสามารถขออะไรก็ได้
และสิ่งนั้นจะสมความปรารถนา หากแต่ว่า ความปรารถนานั้น ต้องชดเชยด้วย ชีวิต!!! ความแค้น สามารถทำให้คนดีๆ คนหนึ่ง สามารถทำได้ทุกอย่าง
เขา ผู้ซึ่งตกเข้าไปในวังวนแห่งความโกรธ และความแค้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น สิ่งเดียวที่เขาต้องการ คือ ความหายนะแก่เธอผู้หญิงใจง่าย กับเขา..เพื่อนทรยศ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม แม้กระทั่งชีวิต !!! เขาได้ตัดสินใจทำผิดมหันต์ ขายวิญญานให้ซาตาน 23.55 เขานั่งครุ่นคิด ถึงซาตาน 999 9999
เขาไม่แน่ใจนักว่า มันจะเป็นเรื่องจริงหรือหลอก แต่ครั้งนี้ ความแค้นสุมอก ..เขาไม่มีอะไรจะต้องเสียอีกแล้ว
ในเมื่อเขาเสียไปหมดแล้ว ทั้งผู้หญิงที่เขารักที่สุด วาดฝัน คนที่เคยสัญญาไว้ว่าจะสร้างอนาคตร่วมกัน .. และคนที่เขาเคยคิดว่าจะเป็นเพื่อนแท้ เพื่อนที่คบกันมากว่า 15 ปี เหลือเพียงแค่ความทรงจำอันปวดร้าว กับเรื่องราวที่หนักหนาเกินอภัย 00.01 น. ใจเขาเต้นระทึก มือสั่นน้อยๆขณะ
หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเหงื่อกาฬเม็ดโป้งๆ ผุดขึ้นเต็มไปหน้า.. นี่นะหรือความรู้สึกของผู้ที่กำลังจะทำบาป.. เขาคิด ตู๊ด.........
เสียง โทรศัพท์ ดังก้องอยู่ในหูทำให้ใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ หูอื้อ
เขามองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ภาพตรงหน้ามีเพียงปุ่มโทรศัพท์เท่านั้น 9 9 9 9 9 9 9 เขากดหมายเลขอย่างช้าๆ เสียงโทรศัพท์เงียบไป.
1 วิ ...
2 วิ ...
หรือ 3 วิกันนะ
มันช่างนานเหลือเกิน สำหรับเขา
ฉับพลัน ก็มีเสียงเย็นๆ เนิบๆ ตอบรับจากปลายสายว่า. . . . . . . “ อย่าลืมนะคะ ตั้งแต่ 5 กรกฎาคมเป็นต้นไป
ต้องกดรหัสพื้นที่ก่อนเบอร์เดิมทุกครั้ง ขอบคุณค่ะ” ปัดโธ่ว้อย.. ดันลืมถามรหัสพื้นที่จนได้ แล้วจะโทรไงดีฟะเนี่ย
เขาคิดอย่างหงุดหงิดตัวเอง!!! ยังหรอก อุปสรรคเพียงแค่นี้ ไม่อาจทำให้เขาล้มเลิกความตั้งใจได้หรอก 2007/4/22 6 วิธีจีบหญิงอย่างไรไม่ให้ติด !?1.สร้างความประทับใจ
เทคนิกการสร้างความประทับใจเมื่อแรกพบ ไม่ใช่เรื่องยาก ก่อนอื่น เราต้องเป็นตัวของตัวเองก่อน พูดง่ายแต่ทำยาก ลองสื่อออกมาให้เห็น
ด้วยการใส่รองเท้าคนละสี นุ่งกระโปรงลายสก็อต ตด-เรอเพ่นพ่าน
หรือแคะขี้มูกออกมากิน เป็นต้น
ทำให้เธอรู้ว่า คนอย่างเราเซ้วสูง เป็นตัวของตัวเอง เท่อย่าบอกใคร
อารมณ์ขันก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยสร้างความประทับใจ
ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบผู้ชายที่หัวเราะง่าย ดูสนุกสนาน
หัดหัวเราะโดยไม่มีเหตุผลบ่อยๆเข้าไว้ หมดมุขจริงๆ ลองชี้พระอาทิตย์
ชี้จิ้งจกบนกำแพงแล้วหัวเราะไม่หยุด เธอจะประทับใจว่า คุณช่างน่ารัก
มีอารมณ์ขันเหลือเฟือ
คำเตือน : การหัวเราะติดต่อกัน อาจทำให้เส้นประสาทเกิดความเครียด
จนเส้นกระตุกได้ง่าย ควรป้องกันด้วยการหัวเราะสลับกับเงียบเป็นพักๆ
จะช่วยได้มาก ระหว่างเงียบจะคำรามในคอไปด้วยก็ไม่เลว
เป็นการวอร์มหลอดลมไปในตัว
2.แสดงความเป็นผู้นำ ในการเลือกคู่ครอง ผู้หญิงร้อยทั้งร้อย ต้องเลือกผู้ชายที่มีความเป็นผู้นำสูง เป็นเสาหลักของครอบครัว เราต้องโชว์จุดนี้ให้ผู้หญิงเห็น โดยการทำตัว
เป็นผู้นำทุกครั้งที่อยู่กับเธอ ผู้หญิงคงไม่ชอบให้เราเป็นผู้ชายที่คอยแต่เดิน
ตามเธอต้อยๆ เวลาเดินด้วยกันเราจึงควรเดินนำหน้าเธออย่างน้อย 20 เมตร
ให้เธอเห็นว่าเรามีความเป็นผู้นำสูงจริงๆ
(ควรนัดกันไว้ก่อนว่าจะไปที่ไหน ไม่งั้นอาจหลงกันได้)
เวลาเปิดประตู ก็เปิดแล้วเดินนำเข้าไปก่อน หรือปิดประตูใส่หน้าเธอเลยก็ได้
คนเป็นผู้นำต้องมองไปข้างหน้าอย่างเดียว อย่ามัวห่วงหน้าพะวงหลัง
ถ้ารอรถเมลล์ ก็กระโดดขึ้นไปก่อน ไม่ต้องไปสนใจว่าเธอจะไปห้อยต่องแต่ง
อยู่ที่ไหน เดี๋ยวเราไม่ได้ที่นั่งขึ้นมาล่ะก็ ยืนกันเมื่อยเชียวนะ
3.หญิงชายเท่าเทียมกัน หมดสมัยแล้วกับสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงโดยมาก จะปลื้มกับผู้ชายที่ให้เกียรติเธอ เราจึงควรแสดงจุดนี้ให้เธอเห็น เพื่อเธอจะได้ชื่นชมในตัวเรา เช่น เวลาไปทานข้าวด้วยกัน
เราต้องให้เกียรติเธอด้วยการให้เธอเป็นคนจ่ายค่าอาหารทุกครั้ง เราอย่าได้เสนอหน้าออกเงินเป็นอันขาด
เพราะเธออาจคิดว่า เราดูถูกเธอได้ แม้แต่จะสลับกันจ่าย เธอจ่ายบ้าง ฉันจ่ายบ้าง อย่างนี้ก็ดูไม่จริงใจ
เราต้องเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย เคยไม่จ่ายอย่างไร ก็ไม่จ่ายอย่างนั้น หรือเวลาขึ้นรถเมลล์
เธอต้องมีสิทธิ์โหนรถเมลล์เท่าเทียมกับผู้ชายทุกคน ส่วนเรานั่งไม่รู้ไม่ชี้ อย่าได้ลุกให้เด็ก สตรี คนชรา
นั่งต่อหน้าเธอเป็นอันขาด มิฉะนั้นเธออาจมองว่าเราเสแสร้ง เราควรให้ความเท่าเทียมกับทั้งเด็ก สตรี
คนชรา และภิกษุสามเณร อย่างเท่าเทียมกันด้วย
4.แสดงความรักบ่อยๆ การวางตัวเฉยแบบคุณชายในหนัง อาจทำให้เธอเกิดปมด้อย คิดว่าตัวเองไม่มีเสน่ห์ เราจึงควรแสดงออกด้วยการถูกเนื้อต้องตัวเธอทุกครั้งที่มีโอกาส ตรงไหนจับได้
ก็จับเข้าไปเถอะ มันอบอุ่นดี อย่าไปคิดว่าแต๊ะอั๋ง เราทำเพื่อแสดงความรัก
ไม่ได้คิดอย่างอื่น (หรือคิดก็อย่าพูดไป) พร้อมกับการสื่อด้วยสายตาให้เธอเห็น
พยามยามแสดงความลามกออกมาทาง สายตาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับเธอมากขึ้น
หรือจะรวบมากอดจูบในที่สาธารณะแบบในหนังฝรั่งก็ไม่เลว แสดงว่ารักมาก
(เหมือนในหนัง) ไม่ต้องไปแคร์สายตาชาวบ้าน อาจมีคนรู้จักพ่อเธอมาเห็นเข้า
แล้วเอาไปฟ้องที่บ้านเธอ ก็ไม่ต้องสนใจ เราลูกผู้ชายทำอะไรเปิดเผย จริงใจ
ถึงเธอจะโดนที่บ้านด่าเอา เราก็ไม่ได้ยินด้วยซักกะหน่อย
5. บริหารเสน่ห์ของตัวเอง เสน่ห์เป็นความสามารถพิเศษอย่างนึง มีมากน้อยไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับผู้ชายแต่ละคน คนที่มีอยู่แล้ว หากไม่หมั่นฝึกฝนบ่อยๆ เสน่ห์ก็อาจจะลดน้อยลงอีกก็เป็นได้
เราจึงควรมีการบริหารเสน่ห์ตัวเองบ่อยๆ
วันนี้ผมมีวิธีการบริหารเสน่ห์ด้วยตัวเองก็ได้ง่ายจัง มาเสนอให้ลองใช้ 3 วิธี
- เหล่ เป็นการฝึกประสาทตาให้ฉับไว
พยายามฝึกฝนดวงตาให้สามารถมองเห็นได้ทั้ง360 องศา
พยายามอย่าให้สาวสวยคนไหนในโลกหลุดรอดสายตาคุณไปได้
(ควรไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับกิ้งก่าแอฟริกา จะทำให้องศาการมองเพิ่มมากขึ้น)
*หากต้องใช้อุปกรณ์ช่วยขอแนะนำ กล้องส่องทางไกล
หรือกล้องวีดีโอทะลุเสื้อผ้า จะได้ผลมากขึ้น
- ยิ้ม เป็นการฝึกความมีมนุษย์สัมพันธ์แบบง่ายๆ พยายามยิ้ม ให้กับสาวสวยทุกคน
ที่คุณมองเห็น (อ่าน : เหล่ ) เราเกิดเป็นคนไทย สยามเมืองยิ้มเราถนัดอยู่แล้ว
ข้อควรระวัง : อย่าเผลอยิ้มให้ผู้ชายเด็ดขาด ถ้าไม่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ
- ขอเบอร์ อันนี้เป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัว เป็นการหาเพื่อนใหม่ที่เป็นสาวสวย
ตามคติคนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย โทรคุยกันสนุกดี พยายามเช็คเบอร์ให้มั่นใจว่า
เบอร์ที่คุณขอมานั้นเป็นเบอร์บ้านเธอจริง ไม่ได้โทรไปติดที่โรงฆ่าสัตว์หรือกองปราบปราม
*สามข้อข้างบน ควรทำทุกครั้งเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ(และลับหลัง) เพื่อให้เธอเห็น
ความพยายามของเราที่จะบริหารเสน่ห์เพื่อเธอคนเดียวนะเนี่ย
6.เป็นมิตรกับเพื่อนของเธอ หากคุณและเพื่อนเธอเข้ากันไม่ได้ อาจทำให้เธอลำบากใจ คุณควรพยายาม ทำความคุ้นเคยกับเพื่อนสวยๆของเธอ ด้วยการพาเพื่อนเธอไปกินข้าว ดูหนัง
หรือไปเที่ยวเสม็ด 3 วัน 2 คืน พยายามอย่าบอกเธอ ปล่อยให้เธอรู้เองทีหลัง เซอร์ไพรส์ดี 2007/4/21 ความรัก..กับ ความผูกพันหน้าตาคล้ายกัน .. เหมือนซ้าย-ขวา แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ ...
รู้สึกว่า .. คิดถึง .. แล้วมาหา คือ .... รัก
รู้สึกว่า .. เคยมาหา .. เลยมาหา คือ .. ผูกพัน รู้สึกว่า .. หิว ... แต่อยากรอ คือ .. รัก รู้สึกว่า .. อิ่มแล้ว .. อยากเอามาฝาก คือ .. ผูกพัน รู้สึกว่า .. อยากให้เวลากันและกัน คือ ..... รัก รู้สึกว่า .. อยากใช้เวล! าด้วยกัน คือ .. ผูกพัน รู้สึกว่า .. หงุดหงิดคือทำให้อีกคนไม่สบายใจ คือ .. รัก รู้สึกว่า .. โกรธคือทำให้อีกคนสำนึกบ้าง คือ .. ผูกพัน
รู้สึกว่า .... ไม่มีนาทีไหนไม่คิดถึง คือ .. รัก รู้สึกว่า .. นาทีไหนที่ว่างจะคิดถึง คือ .... ผูกพัน ขอบคุณเหลือเกิน .... ความผูกพัน .. ที่ทำให้รัก ขอบคุณเหลือเกิน .. รักที่เป็นมากกว่า .. ความผูกพัน ... เคยไหมรักใครคนหนึ่ง ด้วยความรู้สึกว่า .... เคยผูกพันเหมือนเคยรักกัน แล้วพลัดพราก ต้องมาตามหากันเป็นแรมปี ถ้าเคยรู้สึกอย่างนี้ ยามที่มองแววตาใครคนนั้น แล้วรู้สึกอยากอยู่ข้าง ๆ เพื่อคอยกางแขนปกป้องและดูแลไปตลอดชีวิต ความรู้สึกนั้น .. เรียกว่า รักและผูกพัน ความรู้สึกที่ .. มิอาจพรากจากกัน ได้อีก แม้เพียงหนึ่งเสี้ยววินาที 2007/4/19 บทความดีดี กับ ข้อคิดดีดีในขณะที่เราคิดถึงคน ๆ นึงตลอดเวลา
เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้
และบางครั้ง ก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา
โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน
การไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจเค้า ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า...
เราอาจเป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4... และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า... ก็ขอให้คิดไว้ว่า ดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย จำไว้เถอะว่า..
หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ
พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า... ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว
ก็จงชอบต่อไปเถอะ
การรักใครซักคน
ไม่ต้องการความพยายาม
"การตัดใจ"ต่างหาก ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย
ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า...
ความสุขยามที่คุณได้สบตาเค้า
กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า อันไหนมันหนักหนากว่ากัน
อย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไป...
อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้...
อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน
แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน
แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง ที่อย่างน้อย
ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป
แต่ก็ยังได้พบ...
ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา แต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไป...
ยิ้มให้กับโชคชะตา ที่ยังทำให้เรา...ได้รู้จักกัน
คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว คนที่ทำให้คุณหัวเราะ...
และร้องไห้ได้มากมาย... ก็สามารถเปลี่ยนวันที่หมองหม่น...
ให้กลายเป็นวันที่สดใส
เท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ?
แค่การได้เห็นคนที่เรารัก
ได้หัวเราะอยู่กับใครสักคนที่เค้ารักมากที่สุด ...นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก... อย่างจริงใจ 2007/4/18 จงทำชีวิตให้เหมือนแบงค์ 1000นักพูด..ที่เป็นที่รู้จักกันดีท่านหนึ่ง..
ได้เริ่มหยุดการสัมมนาของเขา..
โดยการหยิบแบงค์ 1,000 ขึ้นมา ในห้องที่มีผู้เข้าฟัง..ร่วม 200 ท่าน แล้วเขาก็พูดว่า..
"ใครอยากได้แบงค์ 1,000 นี้บ้าง?" มีมือ..ได้ถูกยกขึ้นเป็นจำนวนมาก เขาก็พูดต่อว่า..
"ฉันจะให้เงินแบงค์1,000 นี้.. แก่หนึ่งในพวกท่าน.. แต่ครั้งแรกนี้..ฉันจะทำอย่างนี้" เขาเริ่มที่จะขยำๆ เงินนั้น แล้วเขาก็ถามอีกว่า ..
"ใครจะยังต้องการมันอีก?" ยังคงมีมือที่ยกขึ้นอีก
"ดี" ..เขาตอบ "แล้วถ้าฉันทำอย่างนี้ล่ะ"
และเขาก็ทิ้งมันลงที่พื้น.. เริ่มที่เหยียบย่ำมัน..ด้วยรองเท้าของเขา แล้วเขาก็เก็บขึ้นมา ขณะนี้..มันทั้งยับยู่ยี่และสกปรก "ตอนนี้.. ใครยังต้องการมันอีก?" ก็ยังคงมีคนยกมืออีก..
"เพื่อนๆ ..คุณได้เรียนรู้บทเรียน
ที่มีคุณค่ามากที่สุดบทหนึ่งแล้วว่า.. ไม่ว่าฉันจะทำอะไรกับเงิน .. คุณก็ยังต้องการมันอยู่ เพราะว่า.. มันไม่ได้ลดคุณค่าในตัวมันลงเลย มันก็ยังคงมีค่า1,000 บาทอยู่นั่นเอง เหมือนกับหลายๆครั้ง..ในชีวิตของเรา
ที่ถูกทิ้ง.. ถูกเหยียบย่ำ .. และถูกทำให้สกปรก.. โดยสิ่งที่เราตัดสินใจทำมัน และสภาพแวดล้อมที่เราเจอ ทำให้เรารู้สึกว่า.. คุณค่าของเรา--ลดน้อยลง แต่ไม่ว่าอะไร..ที่ได้เกิดขึ้น
หรืออะไร..ที่จะเกิดขึ้น คุณไม่เคยสูญเสีย--คุณค่าในตัวเอง คุณเป็นคนพิเศษ..
อย่าลืมมันตลอดไป... อย่านำความผิดหวัง..ของเมื่อวาน มาบดบังความฝัน..ในวันพรุ่งน 2007/4/14 ผู้หญิง DTAC กับ ผู้หญิง AISสมชาย กับ อมร นั่งฟังเรื่องความรักอิสระแบบ ป๊อด โมเดิร์นด็อกแล้ว
หนุ่มอมรก็เกิดครีเอทีฟฉับพลันขึ้นมา
" ผู้ชายชอบจีบผู้หญิง ที่ใช้มือถือของ เอไอเอส หรือ ดีแทค ?"
" เอไอเอสสิเพื่อน โดยเฉพาะวัน ทู คอล เพราะง่ายเหมือนนับ 1-2- 3"
สมชายตอบอย่างมั่นใจ
" ผิด ต้อง ดีแทค " หนุ่มอมรเฉลย
" เพราะสาวดีแทค make it easy ง่ายกว่าที่คุณคิด"
คราวนี้ สมชายเข้าร่วมวงแย้งทันที
"แต่ถ้ายืดเยื้อ ค่าใช้จ่ายจะแพง เพราะคิดค่าใช้จ่ายเป็นวินาที "
" แต่สาวดีแทคมีน้ำใจ " หนุ่มอมรสรุปด้วยนัยต์ตาเจ้าเล่ห์
" ถ้าหลุด ยินดีคืนเงิน "
ฉฉานขอเปง สาว TOT ได้ป่ะ
.....ในพื้นที่ แค่ครั้งละสามบาท จนกว่าจะ(วาง)สาย ขำๆ อย่าคิดมากนะ 2007/4/10 ท า ง ร อ ด ???ชายสามคนหลงป่าและถูกมนุษย์กินคนจับได้ หัวหน้าเผ่าบอกให้เชลยทั้งสามคนว่าจะให้มีโอกาสรอดชี วิตไปได้ โดยแต่ละคนจะถูกชาวเผ่าคุมตัวเข้าไปในป่าเพื่อหาผลไม ้อะไรก็ได้มาคนละ 10 ผล ทั้งสามคนก็ถูกพาแยกย้ายไปคนละทาง ในที่สุดคนแรกก็กลับมาพร้อมมะม่วง 10 ผล "เอาล่ะ กติกา คือ เจ้าต้องเอาผลไม้ที่หาได้ทั้ง 10 ผล ยัดเข้าไปในก้นเจ้าทีละผล ห้ามแสดงความรู้สึกเจ็บปวด ห้ามส่งเสียงใดๆเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเจ้าซะ" หัวหน้าเผ่าบอก ในเมื่อไม่มีทางเลือก ชายคนแรกต้องยอมทำตาม พอถึงผลที่ 2 เค้าก็เผลอทำ หน้าหงิกด้วยความเจ็บปวด ชายคนแรกจึงถูกนำไปฆ่าทิ้ง หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อชายคนที่สองกลับมาพร้อมกับพร้อมกับ มะยม 10 ผล หัวหน้าเผ่าจึงบอกกติกาเดียวกันให้ฟัง รายนี้รีบทำทันทีเพราะนึกในใจว่ายังมีโอกาสรอด ลูกที่ 1..2..3..4..5..6..7..8 แต่พอถึงลูกที่ 9 เขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น เขาจึงถูกนำไปฆ่า วิญญาณของชายคนแรกกับคนที่สองไปเจอกันในนรก ชายคนแรกจึงอดแปลกใจไม่ได้เลยถามว่า "ทำไมตอนนั้นแกดันหัวเราะออกมาว่ะ จะรอดอยู่แล้วเชียว" ชายคนที่สองบอกว่า "จะไม่ให้ชั้นหัวเราะได้ไงว่ะ คิดดูดิ ตอนที่กำลังยัดลูกที่ 9 ไอ้เพื่อนเราอีกคนมันดันอุ้มทุเรียนกลับมาตั้ง 10 ลูก" 2007/4/8 บทกวีของนักฟิสิกส์Tell me why the stars do shine.
บอกฉันหน่อย ทำไมดาราจึงส่องแสง Tell me why does the ivy twine.
บอกฉันที เหตุใดไม่เลื้อยจึงเกี่ยวพัน Tell me whu the sky is blue.
บอกฉันเถิด ไฉนนภาจึงสีฟ้า And I?ll tell you why I love you.
แล้วฉันจะว่า ทำไมฉันรักเธอ.. ใต้กลอนบทนี้ ตอบว่า
Nuclear fusion makes the stars to shine.
นิวเคลียร์ฟิวชั่นไง ทำให้ดาราส่องแสง Tropism makes the ivy twine.
ส่วนทรอพิซึมเป็นเหตุ ไม้เลื้อยที่เกี่ยวพัน Rayleigh scattering makes the sky so blue.
การกระเจิงแบบเรย์เล สร้างสีฟ้าบนเวหา Glamdular hormones is why I love you!
แล้วฮอร์โมนเพศคือคำตอบ ทำไมฉันรักเธอ !! 2007/4/5 คนละเรื่องเดียวกัน..คุณตัวนางหนึ่งอาศัยอยู่กับยาย ตอนเย็นๆ
ก็จะออกไปทำงานโดยคุณยายไม่รู้ว่าหลานสาวทำงานอะไร เย็นวันหนึ่งตำรวจออกทำการกวาดล้างและจับคุณตัวสาวๆ ได้หลายสิบคน คุณตัวหลานยายก็โดนจับ ไปกับเขาด้วย
ตำรวจจัดแจงให้คุณตัวเข้าแถวเรียงกันเพื่อขึ้นรถไปโรงพัก บังเอิญคุณยายจะไปซื้อของที่ตลาดเดินผ่านมาเห็นพอดีเลยถามหลานสาวว่า
"อีหนูมาเข้าแถวทำอะไรอยู่นี่?" ด้วยความอายและไม่อยากให้ยายรู้ หลานสาวเลยตอบว่า "อ๋อ กำลังเข้าแถวรอแจกส้มเขียวหวานน่ะยาย" คุณยายเห็นว่าของฟรีแบบนี้ไม่ควรพลาดเลยเข้าไปต่อแถวเป็นคนสุดท้าย
สักพักตำรวจที่เดินจดบันทึกประวัติคุณตัวไล่มาจากหัวแถวก็มาถึงคุณยายท้ายแถว
"ยาย...ยายแก่ปูนนี้แล้วยังไหวอีกเหรอ ยายทำได้ยังไงเนี่ย" ตำรวจถามด้วยความงุนงงสงสัย
ยายตอบว่า "ไม่เห็นจะยากเลยพ่อหนุ่ม ยายก็แค่ถอนฟันปลอมออก แล้วก็ ดูดๆ อมๆ จนน้ำแห้ง แค่นี้ก็เรียบร้อย"
"??!!"
2007/4/4 "บุคคลตัวอย่าง" ของคำว่า ท้อได้..แต่..อย่าถอยชายคนหนึ่ง เพิ่งจะพูดได้ตอน 4 ขวบ
ชายคนนั้น...เพิ่งจะอ่านหนังสือออกตอน 8 ขวบ ชายคนนั้น...เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน ชายคนนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะแห่งซูริค ชายคนนั้น...เคยถูกอาจารย์ระบุว่า สมองช้า ไม่ชอบสังคมและล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัวเองตลอดเวลา ชายคน นั้น...ชื่อ อัลเบิร์ต ไอสไตน์ บิดาแห่งปรมาณู ชายคนหนึ่งเคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอยต์
ชายคนนั้น...ลองสมัครใหม่ดูอีกที ชายคน นั้น...ถูกปฎิเสธอีกครั้ง ชายคนนั้น...พยายามเป็นครั้งที่สาม ชายคน นั้น...ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน ชายคนนั้น...ได้เป็นทหารสมใจ ชายคน นั้น...เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองได้สำเร็จ ชายคน นั้น...ชื่อ นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์ ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้ง ที่สอง ชายกลุ่มหนึ่งเป็นนักดนตรี
ชายกลุ่มนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากผุ้ บริหารคนหนึ่งจากบริษัทเดคคาเรคคอร์ต ชายกลุ่มนั้น...ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ ว่า..เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลังจะ หมดสมัยแล้ว
ชายกลุ่มนั้น...มีนามว่า เดอะ บีเทิลส์ สี่เต่าทองแห่ง ตำนาน ชายคนหนึ่ง...เป็นนักกีฬา
ชายคนนั้น...เล่นบาสเกตบอลให้กับทีม โรงเรียนมัธยม ชายคนนั้น...เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน ชายคนนั้น... ชื่อ ไมเคิล จอร์แดน หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลก ชายคนหนึ่ง...เป็นนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน
ชายคนนั้น...สูญเสียความ สามารถในการฟังลงเรื่อยๆ ชายคนนั้น...หูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี ชาย คนนั้น...ได้ใช้ช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตประพันธ์เพลงที่ยอดเยี่ยมที่สุด ชายคน นั้น...ชื่อ ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลก ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาตรี
ชายคนนั้น...เคยถูกจัดให้เป็นแค่นักศึกษาระดับกลางเท่านั้น ชายคนนั้น...เคย สอบได้อันดับที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนในวิชาเคมี ชายคนนั้น...ชื่อ หลุยส์ ปาสเตอร์ ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง
ชายคนนั้น...เคยถูกผู้จัดการของ แกรนด์โอเลโอเพรย์ไล่ออก ชายคนนั้น...เคยโดนดูถูกว่า แกมันไปไม่ถึงไหนเลย แกควรกลับไปขับรถบรรทุกมากกว่า ชายคนนั้น...ชื่อ เอลวิส เพรสลีย์ หญิงคนหนึ่งเป็นนางแบบผู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง
หญิงคนนั้น...ทำงานให้กับ บริษัทบลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ หญิงคนนั้น...เคยโดนผู้อำนวยการบริษัท บลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ดูถูกว่า เธอควรไปเรียนด้านเลขาฯหรือไม่ก็แต่งงาน เสียดีกว่า หญิงคนนั้น...ชื่อ นอร์มา จีน เบเกอร์ หรือที่รู้จักกันในนาม มาริลีนมอนโร ชายคนหนึ่ง หลงใหลวิชาการเงินอย่างมาก
ชายคนนั้น... ยื่นใบสมัครกับมหาวิทยาลัยธุรกิจฮาวาร์ดอันเลื่องชื่อ ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธในเวลาต่อมา ชายคนนั้น...ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจ โคลัมเบีย ชายคนนั้น...สำเร็จการศึกษา ชายคนนั้น...ปัจจุบันมีสินทรัพย์ รวมกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเงินลงทุนเพียง 100 เหรียญสหรัฐ ชายคน นั้น...ชื่อ วอเรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนอัจฉริยะ อภิมหาเศรษฐีอันดับสองของ โลก ชายคนหนึ่ง หลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก
ชายคนนั้น...ชอบหมกตัว กับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ชายคนนั้น...ถูกเพื่อนมองว่า สกปรก - บ้า คอมพิวเตอร์ ชายคนนั้น...เคยเสนอซอฟแวร์ระบบให้กับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอย่างไม่ใยดี ชายคนนั้น...ปัจจุบันคือ ผู้ให้การช่วยเหลือด้านเงินทุนกับ แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ ชายคนนั้น...เคยถูก ไอบีเอ็ม มองว่า แค่เด็ก ชายคนนั้น...ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟแวร์ที่ ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก ชายคนนั้น...ชื่อ วิลเลี่ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่สาม หรือที่รู้จักกันในนาม <บิลล์ เกตส์ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ มหาเศรษฐีอันดับ หนึ่งของโลก ผู้ถือครองสินทรัพย์กว่า 46,000 ล้าน เหรียญ>
2007/3/28 ตะปูเด็กน้อยคนหนึ่งที่สีหน้า แสดงอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก
พ่อของเขาจึงให้ตะปูกับเขา 1 ถุง
และบอกกับ เขาว่า ทุกครั้งที่เขารู้สึกโมโห หรือโกรธใครสักคน
ให้ตอกตะปู 1 ตัวเข้าไป กับรั้วที่หลังบ้าน”
วันแรกผ่านไป เด็กน้อยคนนั้นตอกตะปูเขาไปที่รั้ว หลังบ้านถึง 37 ตัว
และก็ค่อย ๆ ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ
ในแต่ละวันที่ผ่าน ไป ก็ลดจํานวนลง น้อยลง น้อยลง
เพราะเขารู้สึกว่า การรู้จักควบคุมอารมณ์ของ ตนเองให้
สงบ ง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะ
และแล้ว หลังจากที่เขาสามารถ ควบคุมตนเองได้ดีขึ้น
ใจเย็นมากขึ้น เขาจึงเข้าไปพบกับพ่อ และบอกกับพ่อของ เขาว่า
เขาสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้แล้ว
ไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนที่ เคยเป็นมา
พ่อยิ้ม และบอกกับลูกชายของเขาว่า
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเจ้า ต้องพิสูจน์ให้พ่อรู้
โดยทุกๆ ครั้งที่เขาสามารถควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวของตน เองได้
ให้ถอนตะปูออกจากรั้วหลังบ้าน 1 ตัว ทุกครั้ง”
วันแล้ววัน เล่า เด็กน้อยคนนั้นก็ค่อยๆ ถอนตะปูออก
ทีละตัว จาก 1 เป็น 2 .... จาก 2 เป็น 3 จนในที่สุดตะปูทั้งหมดก็ถูกถอนออก จนหมด
เด็กน้อยดีใจมากรีบวิ่ง ไปบอกกับพ่อเขาว่า
“ฉันทำได้ ในที่สุดฉันก็ทำจนสำเร็จ !!”
พ่อไม่ ได้พูดอะไร
แต่จูงมือลูกของเขาออกไปที่รั้วหลังบ้าน
และบอกกับลูกว่า “ ทำได้ดีมาก ลูกพ่อ
และเจ้าลองมองกลับไปที่รั้วเหล่านั้นสิ
เจ้าเห็นหรือ ไม่ว่า รั้วนั้นมันไม่เหมือนเดิม
ไม่เหมือน..กับที่มันเคยเป็น
จำ ไว้นะลูก
เมื่อใดก็ตามที่เจ้าทำอะไรลงไปโดยใช้อารมณ์
สิ่งนั้นมันจะเกิด เป็นรอยแผล
เหมือนกับการเอามีดที่แหลมคมไปแทงใครสักคน
ต่อให้ใช้คำพูด ว่า “ขอโทษ” สักกี่หน ก็ไม่อาจลบความเจ็บปวด
ไม่อาจลบรอยแผลที่เกิดขึ้น กับเขาคนนั้นได้
ฉันใดก็ฉันนั้น “กับเพื่อน” ..
เปรียบ เสมือน อัญมณีอันมีค่าที่หายาก
เป็นคนที่ทำให้เรายิ้ม
เป็นคนที่คอยให้ กำลังใจ และยินดีเมื่อเราพบกับความสำเร็จ
เป็นคนที่คอยปลอบใจเราเมื่อยาม เศร้า ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรา
และจริงใจกับเราเสมอ ... แสดงให้เขาเห็น
ว่าเราห่วงใยเขามากแค่ไหน
และระวังสิ่งที่เราทำไป ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการ
กระทำ และจงจดจำไว้เสมอว่า " คำขอโทษ "
ไม่ว่าเขาจะยกโทษให้เราหรือ ไม่ก็ตาม
แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้น คือ
รอยร้าวที่เขาคงไม่อาจลืมมัน ได้ ...... ตลอดไป” 2007/3/20 "วันนี้..ที่แตกต่าง" by จี๋...20 มีนาคม 2550 (เวลา 18.30 น.)
>>ตอนนี้รู้สึกอยากเขียน ก็เลยมาเขียนเพราะวันนี้มีเหตุให้ได้คิดอะไรบางอย่าง
>>ทำให้รู้สึกตัวว่า..นานแล้วนะที่เราไม่เกิดอารมณ์นี้ (อารมณ์ไรละนั่น--อย่าคิดลึกนะ)
>>แต่มีคำถาม? บางอย่างผุดขึ้นในสมอง *-*???? ที่บางครั้งก็ไม่ต้องการคำตอบ
>>ขณะที่เราทำกำลังทำบางสิ่งบางอย่างอยู่...คนอีกเป็นล้านๆกำลังทำอะไร?
>>ขณะที่เรากำลังมีความสุข...คนอื่นกำลังสุขด้วยหรือเปล่า หรือ เขาอาจจะมีความสุขมากกว่าเราก็เป็นได้
>>ขณะที่เรากำลังทุกข์ เสียใจ ท้อแท้และสิ้นหวัง หรือตกอยู่ในอารมณ์"เศร้า"นั้น...ผู้คนมากมายที่ไม่ใช่เรา กำลังรู้สึกแบบเดียวกันนี้ไหม หรือ เขาอาจจะมีความรู้สึกรุนแรง มีปัญหาหนักหนากว่าเราก็เป็นได้
>>และอื่นๆ ฯลฯ อีกมากมาย แต่เราไม่ต้องการคำตอบ...
>>วันนี้..ตั้งแต่ตื่นเช้ามา เรารีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปเรียนพิเศษ เราแต่งตัวให้ดีให้สวยเพื่อออกจากบ้านไปจะได้ดูดี (แต่บางครั้งเราก็รู้สึกเบื่อที่ต้องตื่นเช้า ขี้เกียจที่จะต้องแต่งตัวออกไปไหน)
>>แต่..
>>วันนี้..สำหรับบางคน อาจจะอยากตื่นแต่เช้ามารับแสงอรุณ อยากแต่งตัวสวยๆแต่ไม่มีโอกาส เพราะเขาเหล่านั้น อาจจะเป็นคนตาบอด หรือคนยากไร้ที่ไม่มีเสื้อผ้าใส่ก็เป็นได้
>>วันนี้..เราขึ้นรถเมล์ไปเรียนและนั่งเรียน พอเลิกเรียนแม่ก็ขับรถมารับ(แต่บางครั้งอาจจะรู้สึกไม่อยากเดินมาขึ้นรถเมล์ ไม่อยากเจอคนในรถเมล์,แอบเผลอใจลอยไปไหนต่อไหน ง่วงเหงาหาวนอนไม่ตั้งใจเรียนบ้าง)
>>วันนี้..สำหรับใครบางคน อาจจะกำลังอิจฉาเราอยู่ที่ได้นั่งรถเมล์ ได้เรียน เพราะเขาอาจจะไม่มีโอกาสแบบเรา >>วันนี้..เราไป รพ.กับแม่และน้อง เราเบื่อที่จะต้องนั่งรอนานๆ เป็นเวลาหลาย ชม.เราจึงขอกลับก่อน(โดยขึ้นรถเมล์กลับเอง)แต่เราทิ้งของไว้ในรถ เราจึงต้องเดินไปเอา(ซึ่งไม่ใกล้เรย)แล้วเราก็ต้องเดินเอากุญแจรถกลับมาให้แม่ ที่ชั้น 2 ของตึก(ซึ่งเดินขึ้นบันไดไม่ใช้ลิฟท์) >>เราก็ต้องใช้กุญแจบ้านไขเข้าบ้าน เราคิดว่าแม่จะเก็บไว้ที่ตัวหรือใส่กระเป๋าไว้ แต่เปล่า..แม่ทิ้งมันไว้ในรถ(เวรกรรม)เราจึงต้องเดินไปเอากุญแจบ้านที่รถอีกครั้งแล้วเดินกลับไปคืนกุญแจรถให้แม่(อีกแล้ว) "เราเหนื่อยมากกก แต่ก็คิดซะว่าออกกำลังกาย"
>>แล้วเราก็ต้องเดิน เดิน เดิน ออกจาก รพ.ไปถึงตลาด(ไม่ไกลมากแต่ก็ไม่ใกล้นะ -*-)จนถึงท่ารถเมล์(เดินทางไกลกันเลยที่เดียว)ขึ้นไปนั่งรอในรถอีกแปปนึง ร้อนมากๆ สภาพอากาศวันนี้ไม่ดีเอาซะเลย (เหมือนฝนจะตกแต่ก็ลงเม็ดติ๊ดดดดนึงจริงๆแล้วก็มีแต่แดดๆๆ เปรี้ยงๆ ร้อนมาก เหงื่อไหลย้อยเลย) แล้วก็ต้องเดิน และเดินเท้าต่อไปเข้าบ้าน(เฮ้อ..ถึงซะที)
>>วันนี้..หลายคนอาจจะอยากไป รพ.อยากไปนั่งรอหมอ อยากได้รับการรักษาเพราะเขากำลังป่วย เพราะญาติของเขากำลังไม่สบาย หรือบางคนอาจจะไม่มีโอกาสอย่างนั้นเพราะไม่มีเงิน ไม่มีรถไปหรือเพราะเขาหายจากโลกนี้ไปแล้ว
>>ขณะที่เราเหนือ่ยกับการเดิน ร้อนกับแสงแดด ได้แต่บ่นๆๆๆ คนบางคนอาจจะอยากเดิน อยากวิ่งได้แบบเรา อยากเจอแสงแดดบ้าง อยากออกมาเจอโลกภายนอกบางอย่างที่เขาไม่คุ้นเคยบ้าง แต่เขาก็อาจจะหมดหวังกับสิ่งนั้นไปตั้งแต่เกิดหรือตั้งแต่เขาหมดโอกาสนั้น >>วันนี้..เราหิว เราก็ไปซื้ออะไรมากินได้ เราอยากกินหรือไม่อยากกินเราก็เลือกได้ แม่ซื้อน้ำแข็งใสมาให้แต่มันใส่เครื่องที่เราไม่ชอบกินเลย เราก็ไม่กิน(ซะงั้น) >>ทั้งๆที่แม่อุตส่าห์ซื้อมาให้ ทั้งๆที่แม่บอกว่ากินแต่น้ำแข็งก็ได้ ทั้งๆที่เราก็ชอบกินของหวานเย็นๆ ทั้งๆที่รู้แต่เราก็ทำ --" >>วันนี้..ผู้คนอีกมากมายอาจกำลังหิว อดอยาก แต่ก็ไม่มีเงินซื้อของมากิน หรือจะหาของฟรีตามที่ต่างๆกินก็อาจจะยังไม่มีให้พวกเขาเลยก็ได้ บางครั้งอยากเลือกแต่ก็เลือกไม่ได้(แม้แต่การเกิดมา) บางครั้งแค่เศษอาหารหรือเศษสิ่งที่เราไม่กล้าแม้จะหยิบมันเขาก็ต้องกินประทังชีวิต >>วันนี้..แม่เราสั่งว่าไม่ให้น้องซื้อของเล่น น้องเราจะเอา แต่เราไม่ให้มันก็งอแงเล็กนอ้ย แต่สุดท้ายกลับบ้านมา แม่ก็ยอมซื้อให้มันจนได้(ทุกทีสิ ทั้งๆที่มันก็มีเยอะแล้วนะ) >>วันนี้..เด็กหลายคนอาจกำลังร้องไห้ หิวน้ำ หิวนม อยากได้ของเล่น อยากเล่นสนุก เหมือนเด็กทั่วๆไป แต่เขาอาจไม่มีโอกาสนั้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม >>และอีกมุมหนึ่งบางคนอาจจะไม่เข้าใจแม่อยู่ก็ได้ โกรธแม่ งอนแม่ ไม่พอใจ อยากได้บ้าน อยากได้รถ อยากซื้อนู้นซื้อนี้แต่แม่ก็ห้ามบ้าง ไม่ยอมให้บ้างล่ะ(ทั้งๆที่เขาอาจจะอยากให้แต่ไม่มีจะให้ก็ได้ หรือเขาอาจจะสอนบางอย่างให้คุณอยู่) แต่รู้ไหมบางทีแม่อาจจะอยากทำอย่างที่แม่เราทำกับน้องแบบนั้นก็ได้
>>วันนี้..เปิดเวปต่างๆดู เราได้เห็นข่าวทั้งดีและไม่ดี สร้างสรรค์และไร้สาระ เนื้อหาในอินเตอร์เน็ตมีทั้งดีและไม่ดี เปิดบางกระทู้ บางเวปบอร์ดก็มีการด่าทอกันบ้าง ชื่นชมกันบ้าง บางทีก็มีการโพสรูปตั้งแต่รูปน่ารักน่าดูไปจนถึงรูปอุจาดตาไม่น่าดูหรือรูปสยดสยอง เรื่องบางเรื่องที่โพสกันก็อาจจะมีประโยชน์ แต่บางอย่างก็ต้องหากันว่ามีประโยชน์แฝงไว้บ้างเปล่า (เหอๆ) >>บางคนก็แกล้งชาวบ้านไปทั่ว หรือเรียกว่า พวกโรคจิต บางคนก็ระบายความสุข+ความทุกข์ ความกังวลบางอย่างของตัวเองผ่านทางสื่อไร้พรหมแดนนี้ ทั้งๆที่คนที่จะได้อ่านได้รับรู้มันนั้นอาจไม่ใช่คนที่คุณอยากให้รับรู้หรือเคยรู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ แต่ก็พอใจจะทำ(มันก็เป็นสิ่งที่มีเหตุผล)
>>วันนี้..บางทีหลายคนอาจจะกำลังกลุ้มใจกับข่าวของตนเอง ของญาติ หรือเรื่องต่างๆของคนที่รู้จักกำลังถูกเผยแพร่ หลายคนอาจกำลังค้นคว้าหาข้อมูลที่สำคัญ ที่จำเป็น แต่ก็กลับเจอแต่อะไรที่ไม่ต้องการ หลายคนก็หมกมุ่นแต่เรื่องบางเรื่องที่ไม่ได้จรรโลงชีวิตให้ดีขึ้นแต่อย่างน้อยมันก็คงไม่แย่ไปซะหมด ที่แน่ๆมันก็ทำให้เขามีความสุขทั้งแบบปกติและแอบจิตได้
>>หลายคนอาจเห็นเรื่องของคนอื่นเป็นเรื่องไม่น่าสนใจ หรือไร้สาระ "เรื่องเล็กของคนหนึ่งอาจเป็นเรื่องใหญ่ของอีกคนหนึ่ง และเรื่องใหญ่ของใครหลายคน อาจเป็นเรื่องเล็กน้อยของคนบางคนก็ได้" (ทุกอย่างที่คนเราทำมันต้องมีเหตุผล แต่บางคนก็บอกว่าบางอย่างทำโดยไม่มีเหตุผล>>แต่เราว่ามันต้องมีนะ อย่างน้อยๆสิ่งที่คุณทำน่ะแหละคือเหตุผล มันอาจอธิบายไม่ได้ด้วยคำแต่มันก็คงสื่อได้ด้วยการกระทำ)
>>วันนี้..เกรดออกหลายคนพอใจมาก-น้อย ต่างกันไป บางคนดีใจสุดๆ กรี๊ดกร๊าดกระตู้วู้กันสุดฤทธิ์ (ออกนอกหน้าว่างั้น) จนลืมนึกถึงจิตใจคนข้างล่างหรือลืมทำบางอย่างไปก็ได้ (นี่คงเป็นหนึ่งในผลเสียของการมีความสุขมั้ง ทำให้คนขาดสติได้..เห็นไหม?อย่างน้อยทุกอย่างก็มีทั้งด้านดีและไม่ดีจริงๆ)
>>แต่..
>>วันนี้..(จากข้างบน)หลายคนไม่พอใจกับผลที่ได้ บางคนก็อาจจะเสียใจสุดๆ ซึมเศร้า เหงา เซง กันไป(เสียเซลฟ์ว่างั้น) ด้วยเหตุผลหลายๆประการ บางครั้งแค่ผลที่ได้รู้ก็ช้ำใจพอแล้วแต่ คนข้างบน^ดันทำอาการให้ตอกย้ำ ก็อาจยิ่งช้ำชอกกันไปใหญ่ แต่บางครั้งมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการกระตุ้นตนเองได้ดีทีเดียวนะ (อย่างน้อยมันก็เป็นรสชาติของชีวิต ตกก็ซ่อม เกรดน้อยก็แก้ตัวใหม่ในเทอมต่อไป แต่ถ้ามันไม่มีโอกาสนั้นแล้วก็ลองเริ่มทำอะไรใหม่ๆที่สามารถจะ"ทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน ทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้" ให้ได้ก็แล้วกัน
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................ >>วันนี้..เราออน msn เห็นเพื่อนๆในลิสต์ตั้งชื่อกันต่างๆนานาไป ทั้งออกมาจากความคิด ความรู้สึก หรือเอามาจากเพลงบทกลอน และบทความ แต่มันก็บอกอะไรหลายๆอย่าง
>>บางคน..บอกความเป็นตัวของตัวเองได้ดีทีเดียว
>>บางคน..กำลังเศร้า
>>บางคน..ไม่มีอะไรจะตั้ง ไร้อารมณ์จุดจุดจุด
>>บางคน..กำลังน้อยใจในชีวิต
>>บางคน..ก็กำลังสุขใจที่ได้รัก หรือได้แอบรักใคร
>>บางคน..กำลังคิดถึงแฟน เพื่อน
>>บางคน..ปลงกับชีวิต เห็นถึงสัจธรรมและให้ข้อคิดแก่ผู้อื่น
>>บางคน..อกหัก
>>บางคน..บอกถึงกิจกรรมที่ตัวเองกำลังทำ จะทำหรือทำมาแล้ว
>>แต่..
>>บางคน..กำลังจะเกิด(อีกรอบ ซึ่งมันก็มีในทุกๆปี)
>>ในขณะที่..
>>บางคน..กำลังจะไปงานศพของคนที่เขารัก และเคารพ หรือรู้จัก
>>วันนี้..เราได้เรียนรู้อะไรเพิ่ม อาจไม่ใช่ทั้งหมดแต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เรารู้คำตอบที่สงสัย(ที่อาจไม่จำเป็นต้องตอบ) และอย่างน้อยมันก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราสาธยายมาทั้งหมดนี้..
ด้วยมันสมอง(กลั่นกรอง)และสองมือ(พิมพ์)
by.."Jee"
[21.15 pm.] |
|
|